เศรษฐกิจไทยจะแย่ไปอีกนานแค่ไหน 

             เศรษฐกิจไทยจะแย่ไปอีกนานแค่ไหน  เจอว่าในขณะนี้หลายคนคงอยากรู้สถานการณ์ของประเทศไทยว่าเศรษฐกิจของไทยนั้นตอนนี้ดีขึ้นหรือว่าแย่ลงหรือว่าเป็นอย่างไรซึ่งทางด้านรัฐบาลที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยนั้นนับได้ว่าดีขึ้นจากเดิมมากนักโดยบริษัทต่างๆกับมาดีขึ้นมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์แล้ว

เหลือเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นที่ยังมีปัญหาเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกโรงแรมรีสอร์ทสถานที่ท่องเที่ยวและบริษัทเกี่ยวกับการบิน รัฐบาลมองว่าตอนนี้การผลิตสินค้าการส่งออกสามารถผลิตได้เยอะและสามารถส่งออกได้เยอะแล้ว

      จากข้อมูลที่รัฐบาลออกมาพูดถึงนี้ เราสามารถจะเชื่อมั่นในคำพูดของรัฐบาลได้หรือไม่ว่าตอนนี้สถานการณ์ของประเทศไทยเศรษฐกิจดีขึ้น  เพราะในขณะที่นักเรียนไทยออกมาพูดว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยดีขึ้นแต่ในสายตาของชาวต่างชาตินั้นกลับมองว่าสถานการณ์ของเศรษฐกิจไทยยังคงแย่ลงเรียกได้ว่าสถานการณ์หากเทียบกับผู้ป่วยก็เหมือนกับผู้ป่วยที่ยังต้องอยู่ในห้องไอซียูที่ยังต้องมีแพทย์คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

หากไม่มีไพ่คอยดูแลเศรษฐกิจไทยก็ตายอย่างแน่นอน  เศรษฐกิจไทยจะแย่ไปอีกนานแค่ไหน  โดยการวิเคราะห์ข้อมูลมาจากธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้หรือที่เรารู้จักกันในนามของ  HSBC ได้มีการออกมาวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจของไทยว่าตอนนี้เศรษฐกิจของไทยนั้นยังคงมีปัญหาหนักมากและถ้าจะกลับมาดีขึ้นก็ต้องอย่างน้อยประมาณ 3 ปีขึ้นไปสถานการณ์เศรษฐกิจไทย

ถึงจะกลับมาดีขึ้นได้เรียกได้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ของประเทศไทยนั้นด้านปัญหาเศรษฐกิจมีการพัฒนาดีขึ้นรั้งท้ายจากประเทศอื่นๆหากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆในแถบของเอเชียและไม่ใช่เพียงแค่ธนาคารฮ่องกงแอนด์เซี่ยงไฮ้เท่านั้นที่ออกมาพูดถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยที่ยังอยู่ในขั้นวิกฤตหนักยังมี สถาบันการเงินอื่นๆที่ออกมาวิเคราะห์เช่นเดียวกันว่าเศรษฐกิจของไทยนั้นยังต้องรอการฟื้นตัวอีกหลายปีเลยทีเดียว

         ในขณะเดียวกันก็มีการวิเคราะห์เศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านของเราควบคู่กันมาให้ดูด้วยโดยเฉพาะประเทศจีนนั้นทางด้านธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ออกมาพูดถึงเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศจีนว่าจะสามารถฟื้นตัวได้มากและเร็วกว่าประเทศอื่นเรียกว่าเป็นอันดับหนึ่งที่จะสามารถฟื้นตัวได้เร็วเลยก็ว่าได้ในขณะที่ประเทศเวียดนามและประเทศไต้หวันนั้นทางด้านธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้มองว่าใช้ระยะเวลาฟื้นตัวแค่ประมาณ 4 ไตรมาสเท่านั้น

หรือถ้าคิดเป็นจำนวนปีก็แค่ประมาณปีกว่าๆก็สามารถกลับมาฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้แล้วหากเปรียบเทียบกับประเทศไทยแล้วต้องรอถึง 12 ไตรมาสถึงจะฟื้นตัวได้นั้นเรียกว่าในขณะนี้เศรษฐกิจของไทยวิกฤตหนักมากต้องรักษาตัวอย่างเร่งด่วนโดยจะต้องมีการดูแลสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดถึงจะสามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตได้ 

 

 

สนับสนุนโดย.  www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

ตลาดไข่ไก่กระเตื้องปรับราคาฟองละ 2.90 บาท 

        เมื่อวันที่ 23 เดือนตุลาคมปีพศ2563 ทางด้านสมาคมผู้ผลิตผู้ค้าได้ออกมาประกาศข่าวดี  ตลาดไข่ไก่กระเตื้อง  สำหรับกลุ่มเกษตรกรที่มีการเลี้ยงไก่ว่าในขณะนี้ราคาไกลๆจะมีการปรับตัวสูงขึ้นจากเดิมที่ราคาไข่ไก่นั้นขายค่อนข้างถูกหรือบางแห่งนั้นขายไข่ไก่แทบจะขาดทุนเลยทีเดียวในขณะนี้พบปัญหาว่าตลาดมีความต้องการไข่ไก่ในปริมาณมาก  จึงเป็นสาเหตุให้มีการปรับราคาไข่ไก่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งจะอยู่ที่ประมาณฟองละ 2.90 บาทและยังมีแนวโน้มว่าในอนาคตราคาไข่ไก่น่าจะมีการปรับตัวมากขึ้นกว่านี้อีก 

        ส่วนสาเหตุที่ในตอนนี้ราคาไข่ไก่มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นและเป็นที่ต้องการของตลาดนั่นก็เพราะว่าขณะนี้ตลาดไข่ไก่นั้นได้รับผลกระทบอย่างหนักเนื่องจากไข่ไก่ขาดตลาดเป็นอย่างมากสาเหตุไม่ต้องมาเพราะว่าในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้มีพายุเข้ามาในประเทศไทยหลายลูกส่งผลให้หลายจังหวัดนั้นเกิดปัญหาน้ำท่วม และแน่นอนว่าพื้นที่ทางการเกษตรได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันกลุ่มชาวเกษตรกรที่มีการเลี้ยงไก่เอาไว้ขายไข่นั้นได้รับผลกระทบในพื้นที่น้ำท่วมจึงทำให้ในตอนนี้ปัญหาไข่ไก่ไม่สามารถที่จะส่งออกขายได้

         ซึ่งผลกระทบจากตลาดไข่ไก่มีมากกว่า 32 จังหวัดโดยมีการรายงานมาทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับเรื่องของชาวเกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมทำให้ไม่สามารถที่จะเลี้ยงไก่แล้วนำไข่มาขายได้ในช่วงเวลานี้ดังนั้นจึงเป็นปัญหาอย่างใหญ่หลวงส่งผลให้ฟาร์มเลี้ยงไก่ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมได้รับอานิสงส์

ตลาดไข่ไก่กระเตื้อง  ในตอนนี้จึงมีการเร่งผลิตไข่ไก่ออกขายและมีการปรับราคาให้สูงขึ้นจากการสำรวจของสมาคมผู้ผลิตและผู้ค้าส่งออกไข่ไก่ระบุว่าในขณะนี้ถ้าหากไปที่ฟาร์มไข่ไก่จะพบว่าราคาขายไข่ไก่หน้าฟาร์มนั้นจะอยู่ที่ราคาฟองละ 2.90 บาทแต่ถ้าหากมีการเอามาขายตามตลาดทั่วไปราคาจะมีการปรับตัวสูงขึ้นทั้งนี้อาจสูงถึงฟองละ 3.20 บาทเลยทีเดียว

      นับได้ว่าสถานการณ์เลวร้ายจากปัญหาน้ำท่วมที่หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบส่งผลให้กลุ่มผู้ค้าใกล้ๆได้รับอานิสงส์จำนวนราคาขายไข่ไก่มีแนวโน้มเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นจึงทำให้ราคาไข่ไก่นั้นแพงขึ้นแต่ในขณะที่พ่อค้าแม่ค้าที่ขายไข่ไก่จะสามารถขายไข่ไก่ได้ในราคาที่สูงขึ้นแต่ผลกระทบกับผู้ที่บริโภคก็ต้องซื้อไข่ไก่ในปริมาณที่แพงเช่นเดียวกัน

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าถึงแม้ว่าสถานการณ์ในราคาขายไข่ไก่จะดีขึ้นหากมองในมุมมองของพ่อค้าแล้วแต่ถ้าหากมุมมองในของประชาชนทั่วไปที่ต้องซื้อไข่ไก่กินก็ถือว่าแพงมากยิ่งในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังประสบปัญหาอยู่แบบนี้หากราคาไข่ไก่ยังคงแพงอยู่เรื่อยๆก็อาจจะทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเพราะต้องซื้อสินค้าแพงมาใช้รับประทานนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แจ้งฝาก-ถอน ufabet